ทำคอร์สออนไลน์ให้ปัง จุดเริ่มต้นวางแผนอย่างไร

ทำคอร์สออนไลน์ให้ปัง จุดเริ่มต้นวางแผนอย่างไร

ถ้ายอดตกแก้ไขอย่างไร อยากให้ยอดนิ่งทำอย่างไร
อยากได้ยอดเพิ่มทำอย่างไร

สินค้าและบริการ แต่ละตัว มีวิธีทำตลาดที่ไม่เหมือนกัน
เนื่องจากความต้องการของลูกค้า ไม่เหมือนกัน
ดังนั้น การจะอธิบายวิธีที่เป๊ะๆ กับธุรกิจแต่ละท่าน อาจจะยากมากๆ
แต่ถ้าถามว่า พอจะมีสูตรสำเร็จมั๊ย ก็ต้องบอกว่ามีครับผม

 

ก่อนอื่นเลย ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน

ว่าสินค้า มี อยู่ 2 ประเภท

สินค้าที่หนึ่ง แค่เห็น ก็ตัดสินใจซื้อได้เลย เช่น สินค้า Gadget, สินค้าแม่และเด็ก
สินค้าอีกประเภทคือ ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ  เช่น
คอร์สออนไลน์/audio book/สัมมนา/ที่ปรึกษา

การแบ่งปัน ความรู้ และ ประสบการณ์ ที่คุณมี หรือรู้ว่าจะหาได้จากที่ไหน
และ เป็นประโยชน์กับผู้อื่น นั่นเอง เมื่อช่วยเหลือเค้าได้ เค้าจึงยอมที่จะจ่ายเงินให้กับคุณ

การทำตลาด สำหรับสินค้า 2 ประเภท แตกต่างกันเยอะมากๆ
สำหรับ บทความนี้ ผมจะมาอธิบาย การทำตลาดสินค้าประเภทที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจครับ
เนื่องจากวิธีคิด จะครอบคลุม และทำให้เพื่อนๆ เข้าใจการวางแผนได้ง่ายขึ้น

และเพื่อน ๆ สามารถนำ ไปประยุกต์ กันได้เลยนะครับ
กว่าผมจะเข้าใจ concept ลองผิดลองถูกมาเยอะมากๆ

ก่อนอื่นเลย อยากให้เข้าใจ แผนภาพนี้ก่อนครับ
ว่าลูกค้า มีอยู่ ทั้งหมด 3 ระดับ แบ่งเป็น Cold, Warm, Hot

คิดถึง น้ำเย็น อุ่น ร้อน ก็ได้ครับ

แบบเย็น ก็คือ ลูกค้า มีปัญหา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย ว่าจะใช้วิธีการไหนดี
ยกตัวอย่าง เช่น อยากลดน้ำหนัก แต่ยังไม่รู้ว่า จะทำด้วยวิธีไหน

แบบอุ่น ก็คือ หลังจากที่ลูกค้าฟังมาหลายวิธี ลูกค้าเลือกเชื่อ ว่า วิธีการของคุณ
น่าจะเหมาะสม ที่จะช่วยเค้าแก้ปัญหาได้

ยกตัวอย่างเช่น การลดน้ำหนัก มีทั้ง อดอาหาร, ทานอาหารเสริม, วิ่งมาราธอน
เล่นโยคะ, เข้าฟิตเนส, ออกกำลังกายอยู่บ้านแบบไม่ใช้อุปกรณ์

ลูกค้าชอบวิธีการของคุณ คือ ออกกำลังกายอยู่บ้านแบบไม่ใช้อุปกรณ์

แบบร้อน ก็คือ ลูกค้าเลือกคุณแล้ว พร้อมจะซื้อสินค้าและบริการของคุณ

เมื่อเพื่อนๆ เข้าใจ Concept ของการแบ่งกลุ่มลูกค้า
การคิดกลยุทธการตลาดก็จะ ง่ายขึ้นแล้วครับ แต่ก่อนที่จะไปเข้าเรื่อง เทคนิคการทำตลาด
มีอีก 1 อย่างที่ผมอยากจะแบ่งปัน

เมื่อเพื่อนๆ แบ่งกลุ่มลูกค้า ของตัวเองได้แล้ว เราก็ควรที่จะมาวางแผน การตั้งเป้าของแต่ละขั้นตอน
และสร้างตัวชี้วัด (KPI) ที่เหมาะสมด้วยครับ

เพราะว่า หลายคน ที่ยิงโฆษณาแล้วไม่สามารถทำเงินได้ อาจจะเป็นเพราะคุณ คาดหวังผลลัพธ์เร็วจนเกินไป
ลูกค้ายังไม่เชื่อใจ ยังไม่มั่นใจในสินค้าของคุณ​ แต่คุณก็ยิงโฆษณาขายเลย

ดังนั้น จะอัตราการซื้อน้อย ก็ไม่แปลกครับ ทีนี้ การวางเป้าหมาย แต่ละขั้นตอน และ KPI คืออะไร
ไปดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ

เมื่อเราจะขายคอร์ส หรือความรู้ ความสามารถ หรือบริการ
เราต้องทำทั้งหมด 3 ขั้นตอนครับ

ขั้นที่ 1 คือ วางจุดประสงค์ที่จะทำก่อน
ขั้นที่ 2 วางเป้าหมาย
ขั้นที่ 3 สร้างตัวชี้วัด

ผมอยากขายดี  >>>> ต้องมี New Engagement
>>> ต้องมีคนเข้าเว็บ
>>>> ต้องมีคนเข้า line@ เพิ่ม
>>>  ยอดขายเพิ่ม

อยากสร้างความสัมพันธ์ >>> บทความคุณภาพ
>>> คลิปคุณภาพ

 

ข้อดี ของการวางจุดประสงค์การทำตลาด
และการสร้าง KPI ก็คือ คุณจะรู้ได้เลยว่า การตลาดคุณมีจุดอ่อนตรงไหน

ทำไมยอดขายถึงตก
แล้วยอดขายมาจากตรงไหน มาจากกลุ่มไหน

เวลาที่มี KPI ก็จะรู้ว่า สื่อ หรือ การตลาดที่ทำ มีประสิทธิภาพแค่ไหน

Facebook หรือ Google มีเครื่องมือ ช่วยคุณวิเคราะห์สถิติพวกนี้ละเอียดมากๆ ครับ
ผมจะลองยกตัวอย่าง Facebook ให้ดู เช่น

ถ้าคุณทำบทความที่แชร์ผ่าน เพจ
สถิติที่สนใจ เช่น จำนวนการแชร์, ตกแชร์ละกี่บาท
จำนวนการ comment , ตก comment ละกี่บาท

ถ้าเป็นวีดีโอ ที่แชร์ผ่าน เพจ
สถิติที่น่าสนใจ เช่น จำนวนการดูจนถึงเนื้อหาหลัก เป็นเท่าไร
เนื่อหาหลักของคุณอาจจะอยู่ที่ 50% , 75%, 95% ของความยาวคลิป อันนี้แล้วแต่การวางสคริปครับ

ถ้าเป็นการเข้าเว็บไซต์ หน้าขาย
สถิตีที่น่าสนใจ เช่น จำนวนการคลิก, ค่าคลิกเท่าไร , ctr เท่าไร
Conversion เท่าไร , cost/conversion เท่าไร

ถ้าเป็นการยิง inbox ข้อความ ไปที่เพจ
สถิตี่น่าสนใจ เช่น ราคา new inbox เท่าไร

เห็นมั๊ยครับ ตัวชี้วัดแต่ละตัว ก็จะขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่คุณตั้ง
ยิ่งคุณวางแผน ได้ชัดเจน การสร้างตัวชี้วัดก็จะชัดเจนมากๆ

มาดูกันครับ เมื่อวางแผนเสร็จแล้ว
เราสร้าง report สร้างตัวชี้วัด ด้วยตัวเอง เหล่านี้ สร้างยังไง

เบื้องต้นจะเห็นว่า Facebook มีรีพอร์ทหลักๆ บางตัวมาให้แล้ว แต่อาจจะไม่ยืดหยุ่น สำหรับการวัดผล
ของเพื่อนๆ เราสามารถแก้ไข ปรับเองได้หมดเลยครับ

ให้เข้าไปที่ Acc โฆษณา แล้วเลือกตรง คอลัมน์ ตามรูปข้อ 1 แล้วเลื่อนมาตรง กำหนดคอลัมน์เองครับ

จากรูป ข้อ 1 เราจะลบที่เค้าสร้างมาให้ได้
แล้วมาเลือก ตัวชี้วัด ที่อยากได้ ตรงกลาง โดยการเช็คถูก

เมื่อเลือกครบจนพอใจ ก็ตั้งชื่อ ที่ ข้อ 3 แล้วก็กด ใช้ ได้เลยครับ
ครั้งหน้าเวลา ดูรีพอร์ท ก็สามารถวิเคราะห์สถิติ ด้วยตัวชี้วัดที่สร้างเองได้แล้วครับ

ถึงตอนนี้ เพื่อนๆ ก็วางแผน การวัดผล สินค้าและบริการตัวเองเป็นแล้ว
สร้างรีพอร์ทตัวชี้วัดที่เหมาะสม ด้วยตัวเองได้แล้ว

ต่อไป ก็มาดูการวางแผน การทำตลาดกันได้เลยครับ

ทุกครั้งที่ผมวางแผนที่จะเริ่มสินค้า หรือบริการตัวใหม่ ผมจะนึกถึงกลุ่มลูกค้าทั้ง 3 เสมอ
ว่าลูกค้ามีทั้ง cold, warm , hot

ดังนั้น งบประมานในการทำตลาด ก็ต้องกระจาย ไปทั้ง 3 กลุ่ม เท่าๆ กันครับ
ไม่ใช่ อยู่ดีๆ จะมายิงขายเลย ตั้งแต่แรก

ใน Step Cold
ผมจะวางแผน การใช้เงิน ยิงโฆษณา เก็บกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมาย เข้ามารวมกันก่อน
เมื่อลูกค้าเป้าหมาย มา Engagement กับโพสที่สร้างไว้ ไม่ว่าจะเป็น like, comment, share
คลิกเข้าเว็บ หรือ ดูคลิป

 

ผมก็จะสร้างเป็น Custom Audience ไว้ 1 ชุด เรียกว่า เป็นกลุ่มคนที่ engage กับเพจ

ใน Step Warm
จะเป็นขั้นตอน การบิ๊ว สร้างความน่าเชื่อถือ สิ่งที่เราพูด
ขั้นตอนนี้ มีเทคนิค ในการโน้มน้าวใจครับ เพื่อทำให้ ลูกค้า เชื่อมั่น และศรัทธาใน สิ่งที่เราเล่า
ส่วนใหญ่ จะเป็นการแชร์ ประสบการณ์เก่าๆ ที่ล้มเหลวมาก่อน
และบอกว่า ทำอย่างไร ถึงผ่านพ้นมาได้

เหมือนเป็นการฉายภาพ อนาคต ให้กลุ่มเป้าหมาย เห็นว่า เราผ่านสิ่งที่เค้ากำลังติดอยู่มาแล้ว
และเราลองผิดลองถูกมาเยอะ

ในขั้นตอนนี้ ส่วนใหญ่ ก็จะยิงด้วยคลิป ครับ เนื่องจาก เล่าแล้วเห็นภาพง่ายกว่า
ถ่ายทอดความจริงใจได้ง่ายกว่า

แล้วก็ทำเหมือนเดิมครับ สร้าง Custom Audience แยกไว้
สำหรับคนที่ดูคลิปถึงเป้า ตามที่เนื้อหาหลักพูดไว้ อาจจะเป็น 50%-75% แล้วแต่เลยครับ

ถ้ายังดูไม่จบ ก็จะยิงหลอนไปเรื่อยๆ
หรือทำคลิปใหม่ๆ มาทดสอบ หัวข้อที่น่าสนใจใหม่

ใน Step Hot
จะเป็น ขั้นตอนปิดการขายครับ เมื่อลูกค้าถูกบิ๊ว มาแล้ว มีความเชื่อมั่นในวิธีการใหม่ๆ ที่คุณนำเสนอแล้ว
ก็จะมีโอกาสที่คุณจะนำเสนอคอร์ส ที่คุณมีได้แล้ว

ส่วนใหญ่ในขั้นตอนนี้ ผมจะส่งไปที่เว็บไซต์ที่ทำไว้ครับ
จะมีการเขียนหน้าขาย
มีการนำเสนอโปรโมชั่น
มีการนำเสนอโบนัส

นอกจากนี้ การทำเว็บไซต์เอง ก็ยังทำให้สามารถเก็บ
Custom Audience ได้อีกด้วย ว่าลูกค้าสนใจ แต่อาจจะยังไม่ตัดสินใจตอนนั้นเลย

ผมก็จะนำ Audience ที่สร้างไว้ ไปยิง re-targeting ครับ เป็นการหลอนโฆษณาซ้ำๆ กับคนที่
มีโอกาสซื้อสูง

แต่ถ้ายังไม่ซื้ออีก ก็จะ เอาคำชมคนที่เคยเรียนคอร์สไปยิงซ้ำ

พอจะเห็นขั้นตอนการวางแผน และการวัดผลกันมั๊ยครับ
นี่คือ การทำงานทั้งหมด ที่เกี่ยวกับ การทำโฆษณาสินค้า หรือบริการ ที่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจก่อนซื้อ

ศัพท์สวยๆ เค้าเรียกว่า การยิงโฆษณา แบบ Full- Funnel ครับ
Key success จะอยู่ที่ ยิ่งคุณเข้าใจลูกค้า คุณก็จะทำโฆษณาได้ดียิ่งขึ้น

ยิ่งคุณให้ความรู้ แชร์ประสบการณ์ คุณก็จะยิ่งสร้างความเชื่อใจ และขายดีมากขึ้น

โพสหน้า ผมจะมา อธิบาย แนวทางการยิงโฆษณาที่แทบจะไม่ค่อยมีการพูดถึงกันเท่าไร

นั่นคือ การใช้ประโยชน์ จาก AI แสนฉลาดของ Facebook มาช่วย
ด้วยการยิงโฆษณาแบบ Conversion เน้นหาคนที่ชอบซื้อเท่านั้น
แล้วพบกันครับ