การทำ Branding สร้างผู้ติดตามคุณภาพ & Flow การขาย (แบบไม่ขาย) สไตล์ Introvert EP 1/3

เรื่องที่จะแชร์เป็นจุดเปลี่ยนในการทำ ธุรกิจ Expert ของผม

ตกผลึกมาจากประสบการณ์ เกือบ 10 ปี
ตั้งแต่เข้าใจเรื่องนี้ เริ่มทำเงินได้แม้ว่า follower ยังน้อย
บางเพจ พึ่งเริ่มเปิด follower เริ่มจากศูนย์ แต่ทำเงินได้เลย โดยที่ไม่ Hardsell

บทความนี้สำหรับคน ที่มี ประสบการณ์ที่ มั่นใจมากๆว่า เป็นประโยชน์

แต่ เจอคนที่ follower เยอะกว่า…

เจอคนที่มี ทีมพร้อมกว่า…

คู่แข่งเป็นคนดัง มี ความเชื่อถือมีสูง เช่น 
Extrovert , KOL, Influencer

เป็น Introvert จะไปสู้ได้ยังงัย?

มาดูเทคนิค สร้าง brand โดยเน้นที่จุดแข็ง สไตล์ Introvert กันครับ

ผมจะมาเล่า Flow A-B-C ในการสร้างแบรนด์ และขายทั้งหมดให้ฟัง

(Attract – Build – Convert) ดึงความสนใจ /สร้าง trust/ขาย แบบไม่ขาย

ว่าต้องคิดอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากจะย้อนกลับไปเล่าเรื่องแบบนี้ให้ตัวเองในอดีตได้ฟัง
น่าจะ success เร็วกว่านี้เยอะมาก

ผมก็เคยสงสัย ว่าถ้าเราไม่ใช่คนดัง follower ก็น้อย
แถมไม่ค่อยชอบ Live เป็น Introvert เราจะทำยังงัย ให้ลูกค้ารู้ว่า เรา มีประสบการณ์จริงๆ

ทั้งหมดที่ผมกำลังจะเล่าให้ทุกคนฟังวันนี้มันคือการตกผลึกออกมาเป็นเป็นภาพใหญ่นะครับ

ซึ่งกว่าผมจะเข้าใจ เสียเวลาไปหลายปีมาก
พลาดเงินพลาดโอกาสดีๆ ตีเป็นเงินหลายสิบล้านนะครับ
ผมบอกได้เลยนะเพราะว่าผมเคยคิดจะทำคอร์ส บางตัว แต่ทำๆ แล้วเลิกไปก่อน เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่เก่ง แล้วสิ่งที่ผมเคยทำไปแล้วหยุดไป หลังจากนั้นมีคนทำและsuccessดีมากๆ

สิ่งที่จะเล่ามันคือ Roadmapที่สามารถช่วยให้ทุกท่านสร้างไอเดียที่แตกต่าง
ตั้งแต่เริ่มต้น  สำหรับคนที่ยังไม่ได้เริ่มนะต่อไปจะมีคู่แข่งเยอะ คู่แข่งดังกว่า follower เยอะ

ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับอาจจะเป็นเรื่องดีซะด้วยซ้ำเดี๋ยวลองฟังวิธีคิดนะ

คู่แข่งเยอะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด จริงๆ แล้วยิ่งดีซะด้วยซ้ำ เพราะแสดงว่า
ตลาดมีความต้องการ คนถึงเข้ามาทำกันเยอะ แต่เมื่อคนทำเยอะ

คุณจะนำเสนอเหมือนเค้าไม่ได้ เพราะหลายคนมี ผู้ติดตามน้อยกว่า
อาจจะพึ่งทำ ยังไม่ค่อยมี testimonial เยอะ
ดังนั้น คุณจะต้องหาวิธีทำให้ตัวเองแตกต่าง เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจ
จะได้ไม่ต้องลงไปแข่งลดราคาเพียงอย่างเดียว

frameworkที่จะเล่าในวันนี้นะมันเป็นลำดับวิธีคิด A-B-C
เรียง ลำดับ แบบนี้เลยนะคิดตามนี้เนี่ยมันจะง่ายขึ้นมากๆ

ประเด็นที่1ทุกคนจะแตกต่างตั้งแต่เริ่มต้น

ประเด็นที่2ทุกคนจะสามารถได้ความเชื่อใจจากผู้ติดตามคุณภาพ แม้ว่าfollowersจะไม่เยอะ

ถ้ามี follower คุณภาพติดตามหลักร้อยหลักพันคุณสามารถสร้างรายได้นิ่งๆสบายๆแล้วครับ
โดยที่ไม่ต้อง Hardsell ด้วย

ลองมาดูวิธีคิดตรงนี้ก่อนนะครับ เพราะมันสำคัญมาก หลายคนกังวลกับจำนวนผู้ติดตามมากๆ

1.ถ้าคุณมีผู้ติดตาม หลัก10,000 แต่ขายได้เดือนละหลักพันหลักหมื่น
กับ 2. คุณมีfollower1,000 แต่เป็นคนติดตามคุณภาพ ที่ทำให้คุณขายรายได้หลักแสน ทุกเดือน

ชอบแบบไหนตรงนี้สำคัญมากนะเหมือนไม่มีอะไรนะแต่เชื่อผมไหมว่าถ้าเราไม่ไม่มีวิธีคิดที่ใช่

แบบนี้ตั้งแต่แรกเราจะติดภาพมายา เช่น

ไม่กล้า ออกมา Live ไม่กล้าทำคลิป เพราะว่า กลัวมี engagement น้อย

กลัวคนดูน้อยจะรู้สึก Fail

ไม่กล้าขาย เพราะรู้สึกคนยังตามน้อยอยู่ กลัวขายไม่ได้

รูป รายได้หลักแสน สามารถเป็นไปได้ จากผู้ติดตามคุณภาพไม่กี่คน
เช่น หากคุณทำคอร์ส 20000 บาท คุณก็ต้องการ 5 คน จากผู้ติดตามทั้งหมดเท่านั้นเอง
มันเป็นไปได้ ว่าจะมีคนตามแค่ 10 คน 100 คน หรือ 1000 คน เห็นด้วยมั๊ยครับ

จากรูป สมมติคุณตั้งเป้าหมาย สร้างธุรกิจ รายได้หลักแสน+ นิ่งๆทุกเดือน
มันมีทางทำได้หลายรูปแบบ เช่น
ขาย 990 x 100 คน

ขาย 5000x 20 คน

ขาย 20000 x5 คน

ซึ่งในบทความนี้ วิธีที่ผมจะแชร์ คือ หาไอเดีย ที่คุณมั่นใจ
มีความแตกต่าง
และทำให้ผู้ติดตาม รู้สึกคุ้มค่าที่จะซื้อในราคา 20000+

เพราะโมเดลนี้ คุณต้องการ ลูกค้า เพียงเดือนละ 5 ราย

ไม่ต้องคอยกังวลว่า แต่ละเดือน จะต้องหาลูกค้าเยอะ
แล้วทำอย่างไร คุณจะทำให้คน 5 คนเชื่อ และอยากซื้อ
จากผู้ติดตามหลักร้อย หลักพัน

เพื่อนๆ อาจจะกังวลไม่กล้าตั้งราคาสูง ลองดู Live นี้นะครับ
ผมเข้าใจสิ่งนี้ ปรับราคาจาก 4000 เป็น 47,000 แต่ขายดีขึ้นกว่าเดิม

ต่อมาการที่จะทำโมเดลนี้ได้
ประเด็นที่หนึ่งคุณต้องเลือกไอเดียที่คุณมั่นใจก่อน
มันสำคัญมาก ถ้าคุณไม่มั่นใจแต่แรกมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ตัวคุณยังไม่ Belief ในสิ่งที่คุณจะขายเลยคุณคิดว่ามันไม่เราไม่เก่ง เรายังดีไม่พอ
มีคนขายถูกกว่าเราขนาดตัวคนยังไม่ Belief ในสิ่งที่ตัวเองเลือก
เมื่อความมั่นใจไหมไม่พอมันจะออกมาทางสีหน้าน้ำเสียง

คุณอาจจะคิดว่า พึ่งเปิดเพจ จะขาย 20000+ ได้เหรอ
คุณต้องเชื่อในคุณค่า ที่คอร์สคุณมีก่อนครับ

คนเราจ่ายเงิน ให้กับคุณค่าที่ เชื่อว่า คุ้มได้เสมอ
ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

สมมติเรื่องการ ลงทุน คุณคิดว่า มีสอนฟรีใน YouTube มั๊ยครับ
มี ถูกมั๊ย แล้วทำไม หนังสือ ยังขายได้
แล้วก็ยังมีคนทำคอร์ส หลักหมื่น หลักแสน ที่ขายได้
นั่นเพราะว่า ความคุ้มค่า ของแต่ละคน เค้าให้ไม่เหมือนกัน

รูป สมการ มูลค่าที่คนจะยอมจ่าย มันมาจาก = ผลลัพธ์ที่เค้าจะได้ มีความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จสูง
โดยใช้เวลาเค้าน้อยๆ ใช้ความพยายามไม่มาก ก็สำเร็จได้

คำว่าคุณค่า ก็คือ ผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ เช่น ลงทุนได้กำไรเดือนละ XXX
ความน่าจะเป็นที่จะทำสำเร็จ ต้องทำให้เค้ารู้สึกว่า โอกาสจะได้ผลลัพธ์สูงถ้าซื้อคลาสคุณ

เวลาที่ต้องใช้ ต้องทำให้เค้ารู้สึกว่า เค้าประหยัดเวลาเรียนรู้เองได้เยอะ
ความพยายามที่ต้องใช้ ต้องทำให้เค้ารู้สึกว่า ใช้ความพยายามน้อยลง

พอมาดู ที่หนังสือขายได้ เพราะ เค้ารวบรวมมาให้แล้ว ไม่ต้องหาเอง
ที่คลาสขายได้ เพราะว่า เค้าอาจจะสรุป วิธีลงทุนมาให้แล้ว

แชร์ ประสบการณ์ที่ถูกให้เลย ทำให้คุณมีโอกาสสำเร็จสูง

พอเห็นภาพมั๊ยครับ

เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า โมเดลขาย 20000×5 คน คือ ต้องเลือกตลาดที่คุณมั่นใจ

แล้วตลาดที่มั่นใจเลือกยังงัย ???

นี่เป็นเคล็ดลับหนึ่ง ที่ผมแนะนำ นักเรียนในการเลือกไอเดีย
สำหรับใครที่ยังไม่ได้เลือก
หรือใครที่เลือกแล้วแต่คุณไม่มั่นใจ

วิธีการที่ง่าย และเร็วที่สุด คือให้ใช้เทคนิค
Timeline ย้อนเวลา

รูป เทคนิค Timeline คือ การหาไอเดียที่คุณมั่นใจ ที่จะตั้งราคา 20000+
ด้วยการมองย้อนไปที่ประสบการณ์ตัวเองในอดีต แต่ละช่วงเวลา

เทคนิคนี้ จะไม่มองไปที่ ไอเดียนอกตัวคุณเลย
ตรงกันข้าม เราจะมองย้อนกลับไป ว่า

ถ้าคุณคือ ไกด์ ที่สามารถให้คำแนะนำ หรือย้อนกลับไปบอกตัวเอง
ในอดีตได้ เพื่อให้สำเร็จเร็วขึ้น
สำเร็จง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลองผิดลองถูก

คุณอยากจะย้อนไปช่วงจังหวะไหน
อยากจะไปแก้ปัญหาอะไรให้ ง่าย/เร็ว ขึ้น
ตอนนั้น คุณอยากได้ผลลัพธ์อะไร
แล้วปัญหา หรือผลลัพธ์นั้น คุณว่ามูลค่าคำแนะนำ
เกิน 20000+ หรือไม่

ยกตัวอย่าง เช่น

ผมเคยทำงานประจำ แล้วอยากทำรายได้จากธุรกิจ
เราเป็นคนที่เรียนเยอะมาก แต่ไม่ค่อย action เหมือน
และสิ่งที่ทำก็ไม่ค่อยสำเร็จ ทำๆ หยุดๆ เปลี่ยนไอเดียใหม่

ผมอยากที่จะสร้างรายได้หลักแสนนิ่งๆ
จากออนไลน์ อยากได้คนที่แนะนำทีละ step เลย
อยากได้คนที่ จับมือทำ บอกเลยให้ผมทำอะไร ผมพร้อมลุยตาม

ผมไม่อยากเรียนไปเรื่อยๆ แล้ว งง ว่าต้องทำอะไรบ้าง

ผมต้องการพี่เลี้ยง พาทำเลย พร้อม Roadmap
คอยให้คำตอบเวลาสงสัย

และถ้ามีแบบนี้ ยินดีจ่ายครับ

อีกประเด็นที่สำคัญมาก เรื่องความมั่นใจ
ผมเคยพลาดเรื่องนี้และ พลาดโอกาสทำเงินไปเยอะมาก เหมือนที่เล่าตอนต้น
เพียงเพราะคิดว่า ตัวเองยังเก่งไม่พอ

ความเก่ง มันนิยามได้แบบนี้ครับ

รูป Level เช่น แบ่งความรู้ ความสามารถเป็น 7 level
ตอนนี้คุณอาจจะอยู่ที่ Level 5 ให้คุณโฟกัส สอน คน Level 1 2 3 4 คุณจะมั่นใจทันที

ถ้าคุณอยู่ Level 5 คุณมอง คน Level 6 7 8

คุณก็จะรู้สึกตัวเองยังเก่งไม่พออยู่เสมอ แล้วก็จะไม่กล้าลงมือทำ

แต่ถ้าคุณมองว่า เฮ้ย เราก็สอน Level 4 3 2 ได้นี่นา
เราจะมั่นใจขึ้นทันทีเลยครับ

ตอนที่ผมเคยเป็น นักวางกลยุทธ์โฆษณาออนไลน์ ตอนทำงานประจำ
ผมทำ facebook ads ให้ลูกค้าเยอะมาก
ซึ่งผมทำจริงๆ เลยคิดอยากจะออกมาสอน ผู้ประกอบการ เลือกกลุ่มเป้าหมาย

เปิดกี่รุ่นๆ ก็เต็มเร็วมาก
แต่ผมดันไปคิดว่า ผมยังไม่เคยทำธุรกิจ ถ้าสอนต่อไป รู้สึกไม่ดี
อยากจะไปทำธุรกิจก่อน แล้วค่อยมาสอนใหม่
เหมือนผมอยู่ Level 5 แล้ว อยากสอน Level 6 เห็นภาพมั๊ยครับ

หลังจากผมหยุดทำไป มีคนออกมาสอน ประสบความสำเร็จ คนเรียนเยอะมาก
ทำให้ผมเสียดายสุดๆ ย้อนกลับไป เราก็ ไม่แตกต่าง โดดเด่นแล้ว
เพราะไอเดียมันซ้ำๆ กัน เห็นภาพมั๊ยครับ

ประเด็นสุดท้าย สำหรับการ เลือกไอเดีย
จากตัวอย่างที่ผมเล่า คุณจะเห็นว่า ความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

ดังนั้น คุณควรที่จะ สร้างความแตกต่าง ในตลาด
เหตผลที่ คนเก่งหลายๆ คนแป้ก ในการทำคอร์ส เพราะว่า

คนไม่สนใจ สิ่งที่คุณจะสอนครับ พอเค้าไม่สนใจ
ทุกอย่างที่คุณทำ ก็แทบไม่มีประโยชน์เลยครับ

ผมจะพาไปดู เคสจริงๆ ที่ทำให้คุณเห็นภาพ เรื่องการสร้างความสนใจมากขึ้น

ลองหยิบมือถือขึ้นมานะครับ
เข้าไปที่ facebook
เลื่อนดู feed ที่ 2 ส่วนที่เป็น sponsor โฆษณา

แล้วตอบคำถาม 2 ข้อครับ
1. คุณเห็นแอดอะไร
2. คุณสนใจ แอดตัวนี้มั๊ย

ลอง refresh ซัก 2-3 ครั้งนะครับ ให้เห็นโฆษณาหลายๆตัว

สิ่งนี้สำคัญมาก
คุณจะสะท้อนอะไรได้บ้างจากกิจกรรมนี้

1. เห็นมั๊ยว่า ถ้าคุณไม่สนใจ สมมติ เพจเค้ามี follower เยอะ
Live ตลอดเวลา
ก็จะไม่มีประโยชน์เลย เห็นด้วยมั๊ยครับ เพราะเค้ายังทำให้คุณสนใจไม่ได้เลย

2. แต่ถ้าคุณสนใจ คุณเห็นมั๊ยครับว่า
คนเราสามารถสนใจได้ตั้งแต่ โพสที่ 1 เลย โดยที่ไม่รู้เลยว่า
ว่าเพจนั้น follower เท่าไร

บอกได้เลยครับว่า การดึงความสนใจ เป็นสิ่งที่คุณต้อง ฝึกสร้างให้ได้
ผมให้เทคนิค ง่ายๆ ครับ

สิ่งที่ทำให้คนสนใจ มี จากปัจจัย หลักๆ 2 ส่วน

คือ 1. มันตรงกับปัญหาที่เค้าติด
2. มันทำให้เค้าเห็นความหวัง ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
(แสดงว่า ต้องไม่เหมือน กับวิธีเดิมๆ ที่เค้าเคยได้ยิน)

ยกตัวอย่าง เช่นนะครับ

สมมติ ผมเป็นคนที่ ทำคอร์สออนไลน์
มีแต่คนสอนให้ Live บ่อยๆ แต่ผม Live แล้วแป้ก คนดูน้อย

ถ้าผมเห็นโฆษณา

วิธีทำขายคอร์สดี โดยไม่ต้อง Live บ่อย

ผมก็จะสนใจ เพราะมันตรงกับปัญหาที่มี
และทำให้ผมมีความหวัง เห็นภาพมั๊ยครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ลองหยุดพัก
หยิบกระดาษ ขึ้นมาซักแผ่น ให้เวลาตัวเอง
ลิส Timeline ตัวเอง กันดูนะครับ

สิ่งที่คุณต้องหาให้เจอ คือ ไอเดีย ที่คุณมั่นใจว่า
มูลค่ามันเกิน 20000+

คุณอยากจะย้อนไปช่วงจังหวะไหน
อยากจะไปแก้ปัญหาอะไรให้ ง่าย/เร็ว ขึ้น
ตอนนั้น คุณอยากได้ผลลัพธ์อะไร

ถ้าเสร็จแล้ว กดอ่าน ขั้นตอนถัดไปได้เลยครับ 
เมื่อดึงความสนใจได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการทำให้ เชื่อ โดยไม่ต้องทำคอนเทนต์บ่อยครับ

>>>Click อ่านบทความตอน 2<<<