หากคุณสงสัยว่า ต้องทำ Content อะไร ถึงจะมีคนซื้อคอร์สออนไลน์
คนที่ขายคอร์สปัง เค้าทำ Content กันอย่างไร
อยากปัง ต้องทำ content เยอะๆ ต้อง live บ่อยๆ จริงหรือไม่
ผมเชื่อว่า หลายๆ คนคิดแบบนี้
โพสบ่อยๆ มีคน engagement เยอะๆ คนก็จะอยากซื้อคอร์ส
ออกมาบ่อยๆ ก็จะทำให้ได้ความเชื่อใจ และขายดี
ผมก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกันครับ
แต่จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบ
Live และทำ content บ่อยซักเท่าไร
ไม่ค่อยชอบออกกล้องด้วย อันนี้ส่วนตัวนะครับ
เคยให้คำปรึกษา หลายๆ คน ที่ Live บ่อย
Engagement ( Like, comment, share ) ดีมากๆ
แต่มันกลับสร้างยอดขาย คอร์ส ไม่เป็นไปตามที่คิด
เรียกว่า เลวร้าย เลยก็ได้ครับ ขายแทบไม่ได้เลย
เมื่อเทียบกับแฟนเพจ หลักหมื่น หลักแสน
แสดงว่า การ Live บ่อย และสร้าง engagement
ไม่ใช่สิ่งที่การันตีว่าจะทำให้คอร์สขายดีเสมอไป
ก็เลยไปลองแกะรอย คอร์ส ต่างประเทศเหมือนเดิม
จนพบว่า มีคอร์สที่ทำ Salepage หรือหน้าขาย หน้าเดียว
และบางคอร์ส ทำ Video ตัวเดียว แต่คอร์สกลับขายดีมาก
ทั้งที่ คนซื้อ อาจจะไม่เคยติดตาม เพจ เค้ามาก่อนเลย
อะไรคือ สิ่งที่ทำให้ คนกล้า ซื้อ แม้ว่า จะพึ่งเจอ โฆษณา
หรือ หน้าขาย เพียงครั้งแรก
ประเด็น ไม่ใช่ ทำ Content บ่อย
แต่ต้องทำ Content ที่ทำให้คนเชื่อคุณได้
นี่เป็นเรื่องของการ persuasion ครับ
เป็นการทำให้คนเชื่อว่าเค้าจะแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้
ด้วยคอร์ส นี้ ที่เค้าเห็น อยู่ ตอนนี้ เท่านั้น
และต้องซื้อ เดียวนี้ด้วย ไม่อย่างนั้น จะพลาดอะไร ไป
นี่คือพลังของการ เล่าเรื่อง แบบ persuasion ครับ
ที่ทำให้คนที่พึ่งเจอกันเชื่อได้ และซื้อทันที
และมันเป็นศาสตร์ ที่มีสูตรสำเร็จ และ template ครับ
มีหนังสือ และ คอร์สต่างประเทศ พูดถึงเรื่องนี้เยอะมากๆ
สำหรับผม ผมเน้นศึกษาเรื่องนี้มากๆ
และอยากจะให้ เพื่อนๆ ที่ทำคอร์สออนไลน์ทุกคน ได้เรียนรู้ไว้
ย้ำแก่นอีกรอบ
แก่น ที่สำคัญของ persuasion ก็คือ ต้องทำให้เค้าเชื่อ ครับ
ว่าคอร์สคุณ เป็นตัวเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เค้า ได้ในสิ่งที่ต้องการ
บทความนี้ ผมจะมาให้ พื้นฐานที่สำคัญมากๆ ของ persuasion ครับ
ให้เพื่อนๆ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันครับ
การเปลี่ยน Feature เป็น Benefit
หลายคนที่ไม่เข้าใจคำนี้ จะไม่เข้าใจว่า เราก็เขียน รายละเอียดคอร์ส
เรียนอย่างเยอะ และเขียนอย่าง ละเอียด แต่ทำไม ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไร
Live ก็บ่อย แต่ทำไม ขายแทบไม่ได้เลย
Feauture คือ คุณสมบัติ คอร์ส หรือ อะไรก็ตามที่ คุณเน้นพูดถึงตัวเอง
Benefit คือ คุณประโยชน์ ที่ลูกค้า จะได้รับจากคอร์สของคุณ
มาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ
สมมติ คอร์ส การตลาด
มีกลุ่มเป้าหมาย ที่จะเรียน เป็น เจ้าของสถานบันกวดวิชา
ที่อยากได้ นักเรียน มาเรียนที่สถาบัน
เมื่อพูดถึง Feature
–คอร์ส 100 ชั่วโมง
–คนสอน จบจาก…
–อธิบายเครื่องมือทุกตัว อย่างละเอียด
แต่ถ้าเป็น Benefit
-คอร์สนี้ จะทำให้คุณเข้าใจ การหากลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ที่สนใจ
เหมือนมีคนไปยืนแจกใบปลิวหน้า โรงเรียน แทนคุณ 24 ชั่วโมง
-ผู้สอน เคยทำธุรกิจกวดวิชา และเข้าใจ ปัญหาการยิงโฆษณาเป็นอย่างดี
สอนเฉพาะสิ่งที่นำมาใช้ได้จริง เพื่อให้ได้ นักเรียนคุณภาพที่คุณต้องการ
-เรียนรู้ เครื่องมือลัพธ์ที่จะ ช่วยให้คุณกรองกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ตรง
ออกไปได้ ทำให้ประหยัดค่าโฆษณาได้อย่างน้อย 30% แต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม
นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆ นะครับ
Feaute ตัวเช็คง่ายๆ คือ คุณมักจะพูดถึงแต่ข้อดี ของคอร์สตัวเอง หรือ ข้อดีของตัวเอง
แต่ Benefit คือ ประโยชน์ ที่ลูกค้าจะได้รับ ช่วยแก้ปัญหาอะไร อย่างไร
ข้อผิดพลาดที่ผมเห็น บ่อยที่สุด
(1)
หลายคน จะเขียน หรือเล่า แต่ Feauture ทำให้คนฟัง ไม่อยากฟัง
เพราะไม่รู้จะได้ประโยชน์อะไร นี่เป็นเหตผลว่า
ขายถูกก็แล้ว ทำไมไม่มีคนซื้อ ครับ
(2)
กลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน
ทำให้ การสื่อสาร ยากมากๆ คุณจะไม่สามารถเล่าประโยชน์ ได้อย่างเด่นชัด
ถ้าคุณไม่รู้ว่า กำลังเล่าให้ใครฟัง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ
นี่เป็น เพียงพื้นฐาน ของ การเล่า แบบ persuasion
ติดตามบทความ หรือคลิปอัพเดทล่าสุด คลิกแอด Line
ขอเข้ากลุ่มปิด มีคลิปอัพเดทเพียบ!!!
อุ้ย
#ExpertFastlane
เมื่อได้ Offer ที่ดีแล้ว มีเคล็ดลับในการนำเสนอ แบบ Persuasion แล้ว
ก็ต้องทำให้ บทความคุณภาพ หรือ คลิปคุณภาพ ที่ทำไว้
ไปถึง กลุ่มเป้าหมาย ได้
นี่เป็นเรื่องของ การตลาดครับ
ติดตามอ่าน ประสบการณ์เรื่อง การทำตลาด ได้ที่โพสหน้านะครับ
