สวัสดีอีกครั้งครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์
โฆษณาคอร์ส/สัมมนา ปั้นยอดหลักล้าน ที่ทำซ้ำได้จริง แบบหมดเปลือก
- สำหรับคนที่ซื้อโฆษณาแล้วขายไม่ได้
- ค่าโฆษณาแพงขึ้น ทำให้กำไรลดลง
- หรือยอดตกนะครับ
ผมจะมาแชร์เทคนิคที่ผมใช้กับ facebook ads ให้ฟังกันครับ
จากประสบการณ์ที่ทำคอร์สมาในหลากหลายธุรกิจนะครับ
ทั้งของตัวเอง และ consult
ผมเลยต้องทำออกมาให้มันเป็นแผนที่ทำออกไปซ้ำๆได้
เพื่อให้ยอดของคอร์สมันเท่าเดิม และ ขายซ้ำๆได้ครับ
หลายๆคนที่ทำโฆษณาแล้วไม่เห็นผล เป็นเพราะว่า
คุณกำลังตามหาเทคนิคที่มากเกินไป จริงๆส่วนที่สำคัญ
ก็คือเราเข้าใจ “พื้นฐาน” ของมันก่อนหรือก็คือคนที่เรา
กำลังจะคุยด้วยก่อนครับ เพราะเทคนิมันคือการ optimize
ให้โฆษณาเรามีพลังมากขึ้น
แต่เทคนิคจะไม่ได้ช่วยอะไรเราเลยหากเราไม่ได้เข้าใจ
แฟนเพจของเรา หรือ กลุ่มเป้าหมายของเราครับ
ดังนั้นเรื่องแรกที่ผมจะพูดถึงก็คือ Damand กับ supply
จะต้องสอดคล้องกัน เราต้องนำเสนอคอร์สเราไปหาคนที่ต้องการ
ถ้าเกิดเราส่งไปผิดคน เราจะขายได้ยากมากๆ แม้ว่า
เทคนิคที่เราทำจะดีมากแค่ไหนก็ตาม
เทคนิคในการขายคอร์ส
มาถึงเรื่องนี้กันแล้ว ผมก็ยังจะอยากบอกทุกคนว่า
มันก็ยังจะผูกติดกับเรื่องของกลุ่มเป้าหมายอยู่ดี
คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา ผมจะแทนเค้าเป็น 3 แบบครับ
COLD
WARM
HOT
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นนะครับแต่ละคนผมจะอธิบายแบบนี้ครับ

COLD
คนพวกนี้ไม่รู้ตัวว่าจะแก้ปัญหายังไง หรือเค้ามีปัญหาอะไรอยู่
WARM
คนที่ได้ฟังเรื่องราว เรื่องเล่า เริ่มมีความเชื่อแล้วว่าจะใช้วิธีการนี้แก้ปัญหา
แต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้ใคร
HOT
คนที่อยากจะใช้วิธีการนี้แก้เท่านั้น แต่ไม่ได้เลือกว่าจะใช้ใคร และมีความเชื่อในใจ
บางอย่างที่รอคุณเข้าไปเปลี่ยน
หลายๆคนมีความข้าใจผิดว่าเราต้องลดค่าคอร์สให้ได้ถูกที่สุดเราถึงจะขายได้
และก็ติดปัญหาขนาดขายถูก ก็ยังขายไม่ดีเลย หรือบางทีจัด event ฟรี ก็ยังไม่มีคนเลย
ปัญหาพวกนี้เกิดได้หลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นคุณไปขายของ
ให้กับคนที่ไม่รู้จักคุณเลย ไม่ได้สนใจคุณมาก่อนเลย
แน่นอนว่าคนจะปฏิเสธมากกว่าตกลงแน่นอน เพราะเค้ายังมีกำแพงในใจอยู่
เรามาดูเทคนิคการสื่อสารแต่ละบุคคลก่อนครับ
ว่าแต่ละกลุ่มเราควรทำ content แบบไหนดี
เพื่อทำให้เค้าเชื่อคุณ แม้เพจคุณจะเพิ่งเปิด
COLD – สื่อสารด้วย Problem
คุณจะต้องเล่าถึงปัญหาประสบการณ์ที่คุณเคยเจอ ในตลาดกลุ่มเป้าหมายของคุณ
เล่าว่ามันไม่ดียังไง มันสร้างปัญหาให้เราแบบไหนบ้าง มันส่งผลเสียร้ายแรงแค่ไหน?
เล่าในสิ่งที่เค้ายังไม่รู้ และมันเป็นสิ่งที่คุณผ่านมาแล้ว
WARM – สื่อสารด้วย Story
สตอรี่เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เค้าเริ่มที่จะชอบคุณ และเชื่อในตัวคุณ
แต่หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดตรงนี้ และ”ไม่เล่า”ถึงความผิดพลาดเลย
เลือกที่จะเล่าเรืองที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น มันเลยทำให้เค้ารู้สึกว่า
คุณเป็นยอดมนุษย์เกินไป และห่างไกลจากเค้าเหลือเกิน
เพราะงั้น story ที่ดี พลาดบ้างก็ได้ ล้มบ้างก็ได้ครับ
เพื่อให้ตัวคุณตอนนี้ ใกล้เค้ามากที่สุด
แต่ไม่ต้องเฉลยนะครับเพราะสิ่งที่เราเฉลยคือคอร์สที่คุณกำลังจะทำ
ถ้าคุณทำแบบนี้ได้ คุณจะทำให้เค้าชอบและไว้ใจคุณได้
HOT – สื่อสารด้วยการตอบ Objection
ในส่วนนี้คุณจำเป็นที่ต้องตอบข้อโต้แย้งทั้งหมด
เพื่อให้เค้าเชื่อมั่นในตัวคุณให้ได้ครับ หามันให้เจอ และถ้าคุณเข้าใจมันเมื่อไหร่
เราจะทำให้เค้าเชื่อมั่นในตัวคุณได้ครับ

หลักจากเข้าใจตรงนี้ เราจะมาลงลึกถึงการทำโฆษณากันครับ
หลายๆคนที่กำลังตามหาเทคนิคต่างๆ ปุ่มลับ ปุ่มวิเศษมีไหม
ผมบอกเลยครับว่า ไม่มีปุ่มวิเศษในการทำโฆษณา
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และส่ง message ที่ถูกต้อง
ในเวลาที่ถูกต้อง คุณจะทำให่เค้ารัก และเชื่อใจคุณได้
ต่อไปคือเวลาเข้าใจตรงนี้แล้ว เราจะมีเทคนิคทำโฆษณายังไงได้บ้าง?
ผมบอกแบบนี้นะครับว่าเวลาที่เราจะทำโฆษณา
เราไม่ได้จำเป็นต้องรู้จักทุกอย่าง หรือทุกปุ่ม
แค่รู้ว่าเราต้องการใช้วัตถุประสงค์แบบไหนก็พอแล้วครับ
เรามาดูกันว่า Facebook ads แยกกลุ่มคนในแฟนเพจยังไงได้บ้าง
และมันเก็บข้อมูลได้นานแค่ไหน
1. Engagement
รูปแบบแรกพื้นฐานที่ง่ายที่สุด คุณสามารถเก็บคนที่เข้ามา
Like
Share
Comment
Save post
หรือ inbox
ย้อนหลังได้ถึง 365 วัน นั่นหมายความว่าในระยะเวลา 1 ปี
คุณมีอำนาจในกาย้อนเวลาและส่งเรื่องราวอะไรบ้างให้เค้าอ่าน?

ถ้าเค้าเค้าเข้ามาไลค์เพจผ่านไปแล้ว 5 วันคุณอยากให้เค้าเห็นอะไร?
ถ้าเค้า inbox เข้ามาผ่านไปแล้ว 14 วัน คุณอยากให้เค้าเห็นอะไร?
เห็นพลังของกลยุทธ์มั้ยครับ และเห็นมั้ยครับว่ามันคือ
“ความเข้าใจ” ไม่ใช่ปุ่มวิเศษอะไร
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในบทความและ
live ที่แล้วเรื่อง 8 step การขายคอร์สออนไลน์ ผมถึงซีเรียสเหลือเกินว่า
กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร
Niche ที่คุณทำอยู่เป็นใคร
เพราะถ้าเกิดกำลังจะสื่อสารกับคนทั้งเพจ และเราต้องการสื่อสารกับ
แฟนเพจแล้วการสื่อสารมันจะทำได้ยากมากๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไม
เราถึงต้องทำตาม 8 step นั้นให้เข้าใจก่อน เพื่อให้เรามีโอกาสทำแล้ว
ประสบความสำเร็จได้สูงนั่นเองครับ
2. Website
ผมบอกได้เลยครับว่า
เมื่อมี website คุณจะสามารถทำโฆษณาได้ทรงพลังมากขึ้น
กว่าคู่แข่ง ผมจะให้ดูแบบนี้ครับ
ให้ลองนึกภาพว่า website เป็นเหมือนห้องๆนึงครับที่คุณสร้างขึ้นมา
และคุณมี facebook pixel เป็นกล้องวงจรปิด
ลองคิดตามนะครับ ถ้าคุณรู้ว่เค้าเข้ามาในห้อง
แล้วไม่ได้เดินต่อไปตามที่คุณต้องการ คุณจะทำยังไง?
คุณจะส่งโฆษณาอะไรไปให้เค้าอ่าน คุณจะเชิญชวนเค้ามาห้องที่ 2 ได้ยังไง?
แล้วถ้าเค้าเดินตามมมาแล้ว คุณจะทำยังไงให้เค้าเดินต่อมาห้องที่ 3
การมี website จะช่วยให้คุณคุมคนได้มากขึ้น และปลดประสิทธิภาพในการ
ทำโฆษณา facebook ได้มากขึ้นด้วยครับ
เพราะคุณจะรู้ว่าคุณต้องพูดอะไรกับคนห้องไหน
ถ้ายังนึกภาไม่ออกผมจะอธิบายแบบนี้ครับ
ห้องที่ 1 ก็คือ บทความต่างๆนั่นเองครับ
สำหรับเล่าเรื่องราวต่าๆงที่คุณอยากบอก
ประสบการณ์
ความล้มเหลว
ถ้าเค้าดูบทความที่คุณออกมาเล่าแล้ว

ส่วนห้องที่ 2 ก็คือหน้าขาย หรือที่เรียกกันว่า
salepage
เมื่อก่อนคนมักที่จะส่งไปที่ salepage ทันที
แล้วถ้าเกิดมันถูกส่งไปที่คนที่เป็น COLD โอกาสปิดการขาย
ก็จะยากมากๆเพราะเค้ายังไม่ได้ถูกสร้างความเชื่อเลย
ส่วนห้องที่ 3 คือหน้า Thank you
ก็คือคนที่เข้าหน้า salepage แล้วสั่งซื้อแล้วเท่านั้น
ถึงจะเจอหน้านี้
ดังนั้นผมจะสามารถส่งคนไปตามห้องต่างๆได้ตามระดับที่ผม
บอกไว้ตอนต้นได้เลย และ ยิ่งใครที่เป็นลูกค้า ผมจะทำให้เค้าไม่เห็น
โฆษณาซ้ำตัวเดิมหรือสินค้าที่เค้าซื้อไปแล้วอีกเลย
เห็นมั้ยครับ พอเราเข้าใจมัน เราจะสนุกมากขึ้นในการคิดโฆษณา
และนี่ก็คือความเข้าใจผิดส่วนใหญ่ที่ทำให้การทำโฆษณาเราไม่ดี
เพราะคุณกำลังส่ง message ไปหาคนที่ไม่ถูกต้องนั่นเองครับ
3. Video
ทำไมเทรนในปีหลังมาจากนี้ ควรที่จะลุกขึ้นมาทำ Video
เพราะ video มีพลังในการแยกและตามกลุ่มเป้าหมายสูงมากๆ
คุณสามารถดูได้ว่าคนที่เข้ามาดูเค้าดูคลิปคุณนานแค่ไหน
3 วินาที
10 วินาที
25%
50%
75%
95%

เห็นมั้ยครับ ว่าถ้าเราทำคลิป video ออกมาสักอันนึงเพื่อเล่าอะไรบางอย่าง
เราจะสามารถแยกได้อีกว่า ถ้าเค้าดูไปถึง % เหล่านี้ เราจะส่ง video หรือ โฆษณา
แบบไหนไปหาเค้าได้บ้าง เพื่อเปลี่ยนให้เค้ามาเป็นลูกค้า
เค้าดู Video ไหนจบแล้ว เค้าจะเห็น Video ไหนต่อ
หรือถ้ายังดูไม่จบ เราจะหลอนเค้าจนกว่าเค้าดูครับกี่ % ถึงจะเห็นโฆษณาที่ 2
เห็นพลังของ Video มั้ยครับ ? นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึง
อยากให้ออกมาทำเป็น video กันเพราะนอกจากจะช่วย
ในการทำโฆษณาแล้ว มันยังสร้าความรู้สึกที่ดีได้อีกด้วย
ทั้งเรื่อง eye-contact น้ำเสียง หรืออื่นๆ
และเรายังสามารถส่งเค้าไปถึง website เราได้อีกด้วย
ดังนั้นหัวใจของการทำโฆษณามันคือ
“ความเชื่อ” ว่าคุณสามารถสร้างความเชื่อให้กลุ่มเป้าหมาย
ที่คุณต้องการได้รึเปล่า ถ้าคุณเข้าใจแบบนี้ คุณจะไม่ต้อง
ขายถูกอีกเลย..และจะเปลี่ยนคนมาเป็นลูกค้าของคุณภายใน 48 ชั่วโมง
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าโฆษณาอีกเลย
ผมจะอธิบายเพิ่มแบบนี้ครับ
ผมมักจะแบ่งคนในแฟนเพจออกเป็น 3 ระดับ
1. FAN
2. Qulity FAN
3. Super Qulity

แล้วผมแยกคนพวกนี้ยังไง?
ก็แยกจากทุกอย่างที่ผมเล่ามาเลยครับ
FAN ก็คือคนแฟนเพจทั่วไปที่ติดตามเรา แต่ยังไม่ได้เชื่อเรา
Qlity fan ก็คือ กลุ่มคนที่อ่านบทความต่างๆ
ดูคลิป Video
Super Qulity คือคนทีเข้าไปทุกที่ที่เราต้องการแล้วแต่ยังไม่ได้กดซื้อ
ผมทราบได้ยังไง ก้เพราะเค้ายังไม่ได้เข้าไปหน้า thankyou ไงครับ
นั่นทำให้ผมสามารถแบ่งงบโฆษณาไปถึงกลุ่มคนที่ละเอียดมากขึ้น
และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนค่าโฆษณาถึงแพง
เพราะคุณกำลังใช้เงินกับการส่งมันไปถึงทุกคนในแฟนเพจ ที่บางที
เค้าอาจจะยังไม่ได้เชื่อคุณมากพอถึงขนาดที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อ
คอร์สเรียนของคุณ

